lnwpay logo

ศูนย์ช่วยเหลือผู้ซื้อ

Buyer Help Center

นโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย - AML/CFT Policy
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 2 กรกฎาคม 2558

บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยู จำกัด และบริษัทย่อย (บริษัทฯ) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายที่ว่าด้วยการป้องกันปัญหาการฟอกเงินและปัญหาการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายทั้งของภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism : AML/CFT) และเป็นการสนับสนุนการใช้มาตรการทางการเงินที่ถูกต้อง เหมาะสม พร้อมทั้งก่อให้เกิดการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เราจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ขึ้น โดยมีเนื้อหาดังนี้


นโยบาย

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกระบวนการฟอกเงิน หรือ สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จึงได้กำหนดเป็นนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม การให้ความสำคัญต่อการสอดส่องดูแลและให้เบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ หากมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงดูแลให้มีการบันทึกรายการและข้อเท็จจริงทางการเงิน หรือทรัพย์สินต่างๆ ให้ถูกต้องเป็นไปตามที่กฎหมายภายในประเทศและระหว่างประเทศกำหนด

วัตถุประสงค์

บริษัทมีการกำหนดนโยบายที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีความมุ่งมั่นในการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงมีหน้าที่และจรรยาบรรณในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
บริษัทมีนโยบายในการรับลูกค้า การบริหารความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้า และมีหลักปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า อันเป็นกระบวนการหลักในการป้องกันและตรวจสอบมิให้บริษัทเป็นแหล่งฟอกเงินหรือแหล่งสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งสอดคล้องรองรับตามกฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะทำหน้าที่ในการบริหารจัดการองค์กรและบุคลากรให้สามารถปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัท


  1. ผู้บริหารที่มีอำนาจของบริษัทให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยกำหนดให้พนักงานต้องปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบวิธีปฏิบัติของสำนักงาน ปปง. โดยเคร่งครัด
  2. บริษัทมีการกำหนดให้ผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับสำนักงาน ปปง.
  3. ผู้บริหารที่มีอำนาจของบริษัท มีการกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ของบริษัท
  4. ผู้บริหารที่มีอำนาจของบริษัท มีการสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างเพียงพอและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ผู้บริหารที่มีอำนาจของบริษัท ได้กำหนดให้มีคำสั่ง ระเบียบ และคู่มือปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับนโยบายว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงินการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามแนวทางปฏิบัติที่สำนักงาน ปปง. กำหนด แต่ในกรณีที่ข้อบังคับและแนวทางที่ออกภายใต้กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้เข้มงวดกว่า
  6. บริษัทมีการกําหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันการฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดย บริษัทฯจะมีการแต่งตั้งตัวแทนซึ่งเป็นพนักงานระดับบริหารที่มีหน้าที่ในการกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับสํานักงาน ปปง. โดยผู้บริหารของบริษัทฯต้องให้การสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรการด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ดังนี้
    ก) มอบอํานาจและจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ให้แก่พนักงานตามความเหมาะสม  
    ข) บรรจุเรื่องการดําเนินการตามมาตรการด้านจัดการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางเงินแก่การก่อการร้ายไว้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการควบคุมภายใน
    ค) ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงการปฏิบัติตามมาตรการด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางเงินแก่การก่อการร้าย มีการฝึกอบรมและจัดทําคู่มือการปฏิบัติงาน

การรับลูกค้า

บริษัทมีการกำหนดกระบวนการสร้างหรือปฏิเสธความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการทำธุรกรรมกับลูกค้า ผู้ขายสินค้า ผู้ซื้อสินค้า คู่ค้า และผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท โดยได้รับข้อมูลของลูกค้า เพื่อสามารถดำเนินการพิสูจน์ทราบและระบุตัวตนของลูกค้าได้ และตรวจสอบข้อมูลลูกค้ากับบัญชีรายชื่อที่มีความเสี่ยงตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้บริษัทถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือตัวกลางในการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย บริษัทฯจะปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์หรือการทําธุรกรรมกับลูกค้าที่ต้องการเปิดใช้บริการระบบ และรายงานการตรวจพบข้อเท็จจริงเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสํานักงาน ปปง. ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้าปกปิดชื่อหรือนามสกุล หรือใช้ชื่อปลอมเพื่อขอสร้างความสัมพันธ์หรือทําธุรกรรม
  2. บริษัทฯไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของลูกค้าได้
  3. ลูกค้าไม่ให้ข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนตามที่สํานักงาน ปปง. กําหนด
  4. ลูกค้าหรือผู้ได้รับผลประโยชน์ทอดสุดท้ายของลูกค้าเป็นผู้มีรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด
  5. ข้อมูลที่ได้รับไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ในการพิจารณาสร้างความสัมพันธ์หรือทําธุรกรรมของลูกค้าที่มีความเสี่ยงในระดับสูง บริษัทฯจะดําเนินการภายใต้การตรวจสอบและอนุมัติโดยผู้บริหารที่มีอํานาจเท่านั้น

การบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

บริษัทกำหนดให้มีมาตรการในการพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้าตามที่กฎหมายกำหนด และอาจสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้าน AML / CFT เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการใช้บริษัทเป็นช่องทางหรือเป็นตัวกลางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

  1. บริษัทกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพื่อให้ทราบระดับความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของลูกค้าทั้งหมด
  2. บริษัทจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเข้มข้นมากกว่าปกติในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินในระดับสูง
  3. บริษัทกำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยง และการทบทวนข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เพื่อการบริหารความเสี่ยงสำหรับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินระดับสูง หากพบข้อเท็จจริงที่เสี่ยงต่อการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย บริษัทจะต้องพิจารณาตรวจสอบ เพื่อปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือหากต้องการสร้างความสัมพันธ์บริษัทต้องรายงานเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงาน ปปง.

สำหรับการทําธุรกรรมกับลูกค้าที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ต่อหน้า (non-face-to-face customer) บริษัทได้มีมาตรการในการป้องกันการฟอกเงินไว้ดังนี้

  1. กำหนดให้การรับ-ส่งเงินต่อบัญชีสมาชิกได้ไม่เกิน 100 ครั้ง ต่อวัน
  2. จำนวนเงินในการทำธุรกรรมต่อครั้งไม่เกิน 30,000 บาท
  3. บริษัทฯจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของร้านค้าที่ขอใช้บริการระบบรับ-ส่งเงิน โดยจะตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ และก่อนร้านค้าจะมีการถอนเงินออกจากระบบ

สำหรับการทําธุรกรรมกับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ บริษัทได้มีมาตรการในการป้องกันการฟอกเงินไว้ดังนี้

  1. บริษัทฯจะปฏิเสธความสัมพันธ์ ยุติความสัมพันธ์ และไม่ทําธุรกรรมกับคู่ค้าในต่างประเทศที่จัดตั้งโดยไม่มีสถานประกอบการ และไม่อยู่ในสถานะที่จะได้รับการกํากับดูแลตามกฎหมายแห่งประเทศนั้น  
  2. บริษัทฯจะดําเนินการตรวจสอบคู่ค้าในต่างประเทศเสมือนดําเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
  3. บริษัทฯจะดําเนินการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้าในต่างประเทศก่อนเริ่มดําเนินความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

บริษัทจัดให้มีการเข้าถึงฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลของบุคคลผู้กระทำความผิดมูลฐาน หรือผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน รายชื่อบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในประเทศ และต่างประเทศ รายชื่อของคณะบุคคลซึ่งมีมติหรือประกาศภายใต้มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย รายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด เป็นต้น โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าทุกประเภท จนกว่าลูกค้าจะยุติความสัมพันธ์ รวมถึงการตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ เช่น การทบทวนข้อมูลของลูกค้า การร้องขอเอกสารประกอบที่มีสาระสำคัญ จัดให้มีการตรวจสอบข้อมูลของลูกค้ากับฐานข้อมูลต่างๆ จัดให้มีระบบและขั้นตอนการปฏิบัติงานในการติดตามธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์ ทบทวนการบริหารความเสี่ยงและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น รวมถึงการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

การรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเมื่อตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า


  1. บริษัทกำหนดระบบการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงาน ปปง. ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงินและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทจำเป็นต้องพัฒนาระบบหรือวิธีการเพื่อช่วยให้การรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยทันเวลา และสามารถตรวจพบร่องรอยของธุรกรรมที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยได้
  3. บริษัทกำหนดลักษณะธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยอย่างน้อยตามแนวทางปฏิบัติที่สำนักงาน ปปง.กำหนด
  4. บริษัทไม่เปิดเผยให้ลูกค้าทราบว่าได้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยนั้นต่อสำนักงาน ปปง.

การเก็บรักษาข้อมูล


  1. บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลเอกสารและหลักฐานการแสดงตนหรือเอกสารหลักฐานอื่นใดของลูกค้า ผู้ขายสินค้า ผู้ซื้อสินค้า คู่ค้า และผู้ดำเนินการแทนที่ใช้ในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามที่กฎหมายกำหนด
  2. บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการรายงานการทำธุรกรรม การประเมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอันเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง ตามกฎหมายกำหนด
  3. บริษัทมีการเก็บรักษารายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงตนของลูกค้าเป็นระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ปิดบัญชี หรือยุติความสัมพันธ์ระหว่างกัน
  4. หากสำนักงาน ปปง. ขอตรวจสอบข้อมูล บริษัทมีข้อมูลไว้ให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ซึ่งระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลนั้นมีความสอดคล้องกับนโยบาย ระเบียบวิธีปฏิบัติ ข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การจัดจ้างและการฝึกอบรมพนักงาน

ก่อนที่จะมีการจ้างงาน จะมีการกำหนดบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสำหรับพนักงานทุกคน รวมถึงผู้รับจ้างช่วง และหน่วยงานภายนอก ไว้เป็นเอกสารอย่างชัดเจน โดยจะสอดคล้องนโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายขององค์กรด้วย รวมถึงจะมีการกำหนดแนวทางในการคัดเลือก (Screening) โดยจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างละเอียด และมีการกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานที่เหมาะสม ครอบคลุมถึงเงื่อนไขในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบในส่วนของการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
ในระหว่างการจ้างงาน พนักงานทุกคน รวมถึงผู้รับจ้างช่วง และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง จะปฏิบัติตามนโยบาย และวิธีการปฏิบัติงานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่กำหนดขึ้นในบริษัทฯ ทั้งนี้บริษัทฯ จะจัดให้มีการฝึกอบรม และสร้างการรับรู้อย่างเหมาะสมให้กับทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนั้น ยังกำหนดแนวทางในการลงโทษสำหรับพนักงานที่ไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรมการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
เมื่อมีการยกเลิกการจ้างงาน บริษัทฯ จะมีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการจัดการเมื่อมีการยกเลิกการจ้างงานไว้อย่างชัดเจนด้วย ทั้งนี้พนักงานทุกคน รวมถึงผู้รับจ้างช่วงจะส่งทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้กับบริษัทฯ และให้ทำการยกเลิกสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศ หรือสถานที่ปฏิบัติงานที่จะมีการควบคุมทั้งหมด เมื่อได้ยกเลิกการจ้างงานแล้ว

การตรวจสอบภายในเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ

บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงปลอดภัย โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  1. จัดให้ผู้ตรวจสอบและดำเนินการตรวจสอบการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ในเรื่องที่มีความเสี่ยงหรือมีความสำคัญต่อการให้บริการ และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอกับ บริษัทฯ เพื่อพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เป็นอยู่และกำหนดแนวทางการปรับปรุง พร้อมแจ้งให้หน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป
  2. บริษัทฯจะติดตามและตรวจสอบการให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดข้อกำหนดทางกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อกำหนดในสัญญา และข้อกำหนดในสัญญา และข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัย

การพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย

จัดให้มีผู้ทบทวนและปรับปรุงให้นโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวกับนโยบายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาให้สอดคล้องกับกฏหมาย รวมถึงพิจารณาพัฒนานโยบายภายในต่างๆ ให้รองรับกับหลักเกณฑ์สากลที่ออกใหม่ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีนโยบายในการออกผลิตภัณฑ์ บริการ หรือใช้ช่องทางการทำธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีที่อาจเสี่ยงต่อการฟอกเงิน

บริษัทฯจะตรวจสอบว่านโยบายต่างๆ ขัดหรือเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่) หรือเป็นอุปสรรคต่อนโยบายหลักรวมถึงนโยบายรอง มาตรการ หลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับนโยบายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะกำหนดนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในปัจจุบันและที่จะกำหนดใช้ในอนาคตด้วย โดยเฉพาะกฎกระทรวงที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ.2556 ของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 16 (1) และ (9) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ที่มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา